ค่าธรรมเนียมภาษีอากร
การเก็บค่าธรรมเนียมภาษีและอากรจากการขายและโอนอสังหาริมทรัพย์
การเก็บค่าธรรมเนียมภาษีและอากรจากการขายและโอนอสังหาริมทรัพย์
แหล่งที่มา : กรมที่ดิน
..........................................................................................
1.ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
ข้อ 1 เงินได้จากการขายหรือโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ดังต่อไปนี้
ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
1.1 เงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดกหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับจากการให้โดยเสน่หาที่
ตั้งอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร เทศบาล สุขาภิบาล หรือเมืองพัทยาหรือการปกครองท้องถิ่นอื่นที่มี
กฎหมายจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะ ทั้งนี้เฉพาะเงินได้จากการขายในส่วนที่ไม่เกิน
200,000 บาท ตลอดปีภาษี นั้น
1.2 เงินได้จากการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุตรโดยชอบด้วย
กฎหมายของตนโดยไม่มีค่าตอบแทน บุตรชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม
1.3 เงินค่าทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์
ทั้งนี้เฉพาะที่ดินที่ต้องเวนคืน และ สังหาริมทรัพย์อื่นบนที่ดินที่ต้องเวนคืน
ข้อ 2 กรณีบุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนสามัญ
คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลหรือกองมรดกที่ ยังมิได้แบ่งเป็นผู้ขายหรือผู้โอนจะต้องเสียภาษีเงินได้หัก
ณ ที่จ่าย ตามราคาประเมินทุนทรัพย์ในการ เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน
ดังต่อไปนี้
2.1 สำหรับการขายหรือโอนอสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดกหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับจากการให้โดย
เสน่หา ให้หักค่าใช้จ่ายร้อยละ 50 ของเงินได้ เหลือเท่าใด
ถือเป็นเงินได้สุทธิ แล้วหาร ด้วยจำนวนปีที่ ถือครอง ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใด
ให้คำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้ ได้เท่าใดให้คูณด้วยจำนวนปี
ที่ถือครอง เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใด ให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้น
ในกรณีการขายหรือโอนสังหาริมทรัพย์ ตามวรรคหนึ่งซึ่งตั้งอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร
เทศบาล สุขาภิบาล หรือเมืองพัทยา หรือการปกครอง ท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะให้คำนวณภาษี
ณ ที่จ่าย ตามเกณฑ์ในวรรคหนึ่งเฉพาะเงิน ได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในส่วนที่เกิน
200,000 บาท ตลอดปีภาษีนั้น ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ไต่
สวนแล้ว
2.2 สำหรับการขายหรือโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางอื่นนอกจาก
2.1ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการ เหมาตามอัตราที่กำหนดในข้อ 4 เหลือเท่าใดถือเป็นเงินได้สุทธิ
แล้วหารด้วยจำนวนปีที่ถือครอง ได้ผล ลัพธ์เป็นเงินเท่าใด ให้คำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้
ได้เท่าใดให้คูณด้วยจำนวนปีที่ถือครอง เป็น เงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใด
ให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้นการหักภาษีตาม 2.1 และ 2.2 กรณีขายหรือโอน
อสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดกหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมิได้มุ่งในทางค้าหรือหากำไรเมื่อคำนวณ
ภาษีแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของราคาขาย คำว่า "จำนวนปีที่ถือครอง"
ใน 2.1 หรือ 2.2 หมายถึง จำนวนปีนับตั้งแต่ ปีที่ได้กรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ถึงปีที่โอนกรรมสิทธิ์
หรือสิทธิ ครอบครองในอสังหาริมทรัพย์นั้นถ้าเกินสิบปีให้นับเพียงสิบปี
เศษของปีให้นับเป็นหนึ่งปี
ข้อ 3 กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นผู้ขายหรือผู้โอน
ให้หักและหรือนำส่งภาษีเงิน ได้ในอัตราร้อยละ 1 ของราคาขาย
(ทุนทรัพย์ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม) กับราคาประเมินทุน
ทรัพย์ ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายที่ดิน จำนวนใดสูงกว่าให้ถือจำนวนนั้นเป็น
ราคาขาย
ข้อ 4 การหักค่าใช้จ่ายตาม ๒.๒ ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา
ดังต่อไปนี้
จำนวนปีที่ถือครอง ร้อยละของเงินได้ ๑ ปี 92
2 ปี 84 3 ปี 77
4 ปี 71 5 ปี 65
6 ปี 60 7 ปี 55
8 ปีขึ้นไป 50
2.ภาษีธุรกิจเฉพาะหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
1. คำว่า "ขาย" ในการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ หมายความรวมถึง
สัญญาจะขาย ขายฝาก แลกเปลี่ยน ให้ ให้เช่าซื้อ หรือจำหน่ายจ่ายโอน
ไม่ว่าจะมีประโยชน์ตอบแทนหรือไม่
2. การขายอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมดังต่อไปนี้
เป็นการขายอสังหาริมทรัพย์เป็น ทางค้าหรือหากำไรที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
(1) การขายอสังหาริมทรัพย์ของผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการควบ
คุมการจัดสรรที่ดิน
(2) การขายห้องชุดของผู้ประกอบกิจการซึ่งเป็นผู้ขอจดทะเบียนอาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคาร
ชุด
(3) การขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่สร้างขึ้นเพื่อขาย
รวมถึงการขายที่ดินอันเป็นที่ตั้งของอาคาร ดังกล่าว
(4) การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เข้าลักษณะตาม (1) (2) หรือ
(3) เฉพาะกรณีที่มีการแบ่งขายหรือมีการ แบ่งแยกไว้เพื่อขาย
โดยได้จัดทำถนนหรือสิ่งสาธารณูปโภคอื่น หรือให้คำมั่นว่าจะจัดให้มีสิ่งดังกล่าว
(5) การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ขายมีไว้ในการประกอบกิจการเฉพาะของนิติบุคคลตามมาตรา
77/1 แห่งประมวลรัษฎากร
(6) การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เข้าลักษณะตาม (1) (2) (3)
(4) หรือ (5) ที่ได้กระทำภายในห้าปีนับแต่ วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น
3.การจดทะเบียนขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะมีดังนี้
หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
1. คำว่า "ขาย" ในการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ หมายความรวมถึง
สัญญาจะขายขายฝาก แลก เปลี่ยน ให้ ให้เช่าซื้อ หรือจำหน่ายจ่ายโอน
ไม่ว่าจะมีประโยชน์ตอบแทนหรือไม่
2. การขายอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมดังต่อไปนี้
เป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ เป็นทางค้าหรือหากำไรที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
(1)
การขายอสังหาริมทรัพย์ของผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินตามกฎหมายว่าด้วย
การควบคุมการจัดสรรที่ดิน (2)
การขายห้องชุดของผู้ประกอบกิจการซึ่งเป็นผู้ขอจดทะเบียนอาคารชุดตามกฎหมายว่า
ด้วยอาคารชุด
(3)
การขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่สร้างขึ้นเพื่อขาย รวมถึงการขายที่ดินอันเป็นที่ตั้ง
ของอาคารดังกล่าว
(4)
การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เข้าลักษณะตาม (1) (2) หรือ (3)
เฉพาะกรณีที่มีการแบ่ง ขายหรือมีการแบ่งแยกไว้เพื่อขาย โดยได้จัดทำถนนหรือสิ่งสาธารณูปโภคอื่น
หรือให้คำมั่นว่าจะจัดให้มี สิ่งดังกล่าว
(5)
การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ขายมีไว้ในการประกอบกิจการเฉพาะของนิติบุคคลตาม
มาตรา 77/1 แห่งประมวลรัษฎากร
(6)
การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เข้าลักษณะตาม (1) (2) (3) (4)
หรือ (5)ที่ได้กระทำภายใน ห้าปีนับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น
3. การจดทะเบียนขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
มีดังนี้
(1) การขายที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ตามข้อ ๒ และจดทะเบียนขายเกินกำหนดห้าปีนับแต่วันที่ได้มาซึ่ง
อสังหาริมทรัพย์
(2) การขายหรือการถูกเวนคืนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์
(3) การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางมรดก
(4) การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้เป็นสถานที่อยู่อาศัยอันเป็นแหล่งสำคัญที่ผู้ขายมีชื่ออยู่ในทะเบียน
บ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้มาซึ่ง
อสังหาริมทรัพย์นั้นในกรณีที่ที่ดินและอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างตาม
(4) ได้มาไม่พร้อมกัน กำหนดเวลา ห้าปีให้ถือตามระยะเวลาการได้มาซึ่งที่ดินหรืออาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ได้มาภายหลัง
(5) การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่บุตรชอบด้วย
กฎหมายของตน แต่ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม
(6) การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ทางมรดกให้แก่ทายาทโดยธรรมหรือผู้รับ
พินัยกรรมซึ่งเป็นทายาทโดยธรรม
(7) การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ส่วนราชการหรือองค์การของรัฐบาล
ตามมาตรา 2 แห่งประมวลรัษฎากรโดยไม่มีค่าตอบแทน
(8) การแลกเปลี่ยนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์กับส่วนราชการหรือองค์การของ
รัฐบาลตาม
มาตรา 2 แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะในกรณีที่ส่วนราชการหรือองค์การของรัฐบาลนั้นมิได้มีการจ่าย
ค่าตอบแทนเป็นอย่างอื่น นอกจากอสังหาริมทรัพย์ที่แลกเปลี่ยนนั้น
4.ผู้ขายอสังหาริมทรัพย์จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตราร้อยละ
3.3 ตามราคาประเมินทุนทรัพย์ ใน การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือราคาซื้อขาย
อสังหาริมทรัพย์ แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า
3.อากรแสตมป์
กรณีต้องเสียอากรแสตมป์ใบรับ การจดทะเบียนโอนหรือก่อตั้งสิทธิใด
ๆ เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยมี ค่าตอบแทนต้องเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินในฐานะใบรับ
ตามลักษณะตราสาร 28 (ข) แห่งบัญชีอัตรา อากรแสตมป์ ท้ายหมวด
6 ลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับจำนวนเงินตั้งแต่ 200
บาท ขึ้นไป ทุก 200 บาท หรือเศษของ 200 บาท เสียค่าอากรแสตมป์
1 บาท
กรณียกเว้นไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ใบรับ กรณีผู้รับค่าตอบแทนต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะการเรียกเก็บ
ค่าธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายที่ดิน
..........................................................................................
|