กฎหมายจัดสรร

ข้อกำหนดการจัดสรรที่ดินตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 286 (ปว.286)

สารบัญ [ ตอนที่1 ] [ ตอนที่2 ]
 
ข้อกำหนดการจัดสรรที่ดินตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 286 (ปว.286)

ตอนที่ 2 ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2535
------------------------------------------------------------------------------------------------------
อาศัยอำนาจตามความในข้อ7(1)และข้อ9แห่งประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 286 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2515 คณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดินวางข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินไว้ดังนี้

ข้อ 1 ข้อกำหนดนี้เรียกว่า"ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2535"

ข้อ 2 ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด30วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจนุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้ยกเลิก
          (1) ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2530
          (2) ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดิน(ฉบับที่2)พ.ศ.2533

ข้อ 4 ในกรณีคณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดินพิจารณาเห็นความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในทาง เศรษฐกิจและสังคมโดยคำนึงถึงที่ตั้งของที่ดินจัดสรรและการผังเมืองคณะกรรมการควบคุมการจัด สรรที่ดินจะผ่อนผันการปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้ให้แก่ผู้ขออนุญาตทำการจัดสรรที่ดินเป็นการเฉพาะ รายก็ได้

หมวด 1
หลักเกณฑ์ในการจัดทำแผนผังโครงการและวิธีการในการจัดสรรที่ดิน
.........................................................................................................

ข้อ 5 ในการขออนุญาตทำการจัดสรรที่ดินผู้ขอต้องจัดให้มีแผนผังการจัดสรรที่ดินดังนี้
          5.1 แผนผังสังเขปได้แก่แผนผังแสดงที่ตั้งบริเวณการจัดสรรที่ดินและลักษณะบริเวณที่ดินโดยรอบ รวมทั้งเส้นทางที่เข้าออกสู่บริเวณการจัดสรรที่ดินจากทางหลวงหรือทางสาธารณะภายนอกตาม สภาพความเป็นจริงในพื้นที่ให้สามารถตรวจสอบได้
          5.2 แผนผังบริเวณรวมได้แก่แผนผังที่แสดงรูปต่อของเอกสารสิทธิที่ดินทุกแปลงที่นำมาทำการจัดสรร ที่ดินและรายละเอียดของที่สาธารณะประโยชน์ต่างๆที่อยู่ภายในบริเวณและบริเวณที่ติดต่อกันรวมทั้ง เงื่อนไขที่เกี่ยวกับที่ดินทั้งของทางราชการและของทางส่วนบุคคลให้แสดงการแบ่งส่วนโครงการย่อย ของการจัดสรรที่ดิน(ถ้ามี)ในแผนผังบริเวณรวมและในกรณีที่มีโครงการต่อเนื่องเป็นหลายโครงการให้ แสดงการเชื่อมต่อของโครงการทั้งหมดไว้ในแผนผังบริเวณรวมด้วย
          5.3 แผนผังการแบ่งแปลงที่ดินได้แก่แผนผังแสดงการแบ่งที่ดินออกเป็นที่ดินแปลงย่อยเพื่อการจัด จำหน่ายแยกประเภทและแปลงที่ดินเพื่อจัดทำสาธารณูปโภคบริการสาธารณะและเส้นทางถนน
          5.4 แผนผังระบบสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะได้แก่แผนผังแสดงรายละเอียดของระบบ สาธารณูปโภคและบริการสาธารณะที่จะจัดให้มีขึ้นในบริเวณการจัดสรรที่ดินตามนัยข้อ30แห่ง ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่286ลงวันที่24พฤศจิกายนพ.ศ.2515ซึ่งประกอบไปด้วยแผนผังต่างๆได้ แก่
          ก. แผนผังระบบการระบายน้ำ
          ข. แผนผังระบบการประปา
          ค. แผนผังระบบการบำบัดน้ำเสีย
          ง. แผนผังระบบถนนและทางเท้า
          จ. แผนผังอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ข้อ 6 แผนผังทุกรายการจะต้องแสดงรายละเอียดของสิ่งที่ปรากฎอยู่ในสภาพปัจจุบันและสภาพหลัง การปรับปรุงพัฒนาแล้วรายละเอียดของสิ่งที่ต้องแสดงในผังแต่ละรายการให้เป็นไปตามประกาศของ คณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดิน

ข้อ 7 แผนผังแต่ละรายการจะต้องจัดทำบนกระดาษขนาดมาตรฐานA1ของทางราชการโดยจะต้อง จัดให้มุมด้านล่างข้างขวาแสดงดัชนีแผนผังที่ต่อกัน(ในกรณีที่บริเวณการจัดสรรที่ดินมีขนาดใหญ่) ชื่อโครงการชื่อและที่ตั้งของสำนักงานจัดสรรที่ดินชื่อและรายมือชื่อของผู้ออกแบบและวิศวกรผู้ คำนวณระบบต่างๆพร้อมทั้งเลขทะเบียนใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพ วิศวกรรมและหรือสถาปัตยกรรมด้วย


หมวด 2
โครงการและวิธีการในการจัดสรรที่ดิน
.........................................................................................................

ข้อ 8 ในการขออนุญาตทำการจัดสรรที่ดินผู้ขอต้องแสดงหลักฐานและรายละเอียดตามความในข้อ11 แห่งประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่286ลงวันที่24พฤศจิกายน2515ดังต่อไปนี้
          8.1 ชื่อของผู้ทำการจัดสรรที่ดินพร้อมที่อยู่และที่ตั้งสำนักงานจัดสรรที่ดิน
          8.2 ที่ดินอันเป็นที่ตั้งของโครงการจัดสรรที่ดิน
          8.3 หมายเลขเอกสารสิทธิที่ดินที่นำมาทำการจัดสรรเนื้อที่ดินรายแปลงและเนื้อที่ดินรวมรายการนี้จะ ต้องแสดงไว้ในแผนผังบริเวณรวมของหมวด1ด้วย
          8.4 บัญชีแดงหมายเลขของที่ดินแปลงย่อยและเนื้อที่ดินแต่ละแปลงที่ดินย่อยที่จะจัดจำหน่ายทั้งหมด โดยเรียงลำดับต่อเนื่องกันไปทุกประเภทที่จะทำการจัดสรรเป็นบ้านเดี่ยวบ้านแฝดบ้านแถวอาคาร พาณิชย์อุตสาหกรรมที่ดินแปลงย่อยที่ใช้เพื่อเป็นสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะให้แสดงเนื้อ ดินเป็นรายแปลง
          8.5 ประเภทของสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะที่จะจัดให้มีขึ้นในบริเวณการจัดสรรที่ดินให้มีราย ละเอียดแสดงขนาดความกว้างความยาวเนื้อที่และจำนวนของแต่ละประเภทโดยกำหนดวันที่เริ่มก่อ สร้างและวันที่จะจัดทำให้แล้วเสร็จและในกรณีที่เป็นโครงการใหญ่ให้แบ่งเป็นส่วนหรือเป็นโครงการ ย่อยพร้อมทั้งราคาค่าก่อสร้างจัดทำโดยประมาณแยกเป็นส่วนๆเพื่อประโยชน์ในการจัดสร้างและ กำหนดมูลค่าการค้ำประกันสาธารณุปโภคการจัดแบ่งเป็นส่วนหรือโครงการย่อยต้องแสดงแต่ละส่วน ให้ชัดเจนในแผนผังบริเวณรวมให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างโครงการย่อยด้วยกัน
          8.6 ประเภทของการใช้ประโยชน์ที่ดินแต่ละที่ดินแปลงย่อยที่จะทำการจัดจำหน่ายโดยแบ่งเป็น ประเภทบ้านเดี่ยวบ้านแฝดบ้านแถวอาคารพาณิชย์อุตสาหกรรมสาธารณูปโภคบริการสาธารณะ ที่ดินแปลงอื่นในโครงการจัดสรรทึ่ดินที่จะเก็บไว้ภายหลังจะต้องแจ้งประเภทของอาคารที่สร้างขึ้นใน อนาคตเพื่อเป็นเกณฑ์กำหนดความต้องการระบบสาธารณูปโภค

ข้อ 9 ผู้ขอต้องแสดงโครงการและวิธีการในการจัดสรรที่ดินเพื่อเป็นหลักฐานการดำเนินงานในเรื่อง ต่างๆ ดังมีรายการต่อไปนี้
          9.1 วิธีการในการปรับปรุงพื้นที่ดินโดยการรวมการปรับแต่งให้พื้นที่ดินเกิดความเหมาะสมในการปลูก สร้างอาคารทั้งนี้จะต้องกำหนดระดับความสูงต่ำของพื้นที่ดินและวัสดุที่นำมาใช้ในการถมปรับที่ดิน ทั้งบริเวณทั้งส่วนจำหน่ายและส่วนสาธารณูปโภค
          9.2 วิธีการในการจัดจำหน่ายที่ดินอาคารและสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งระบบวิธีการชำระค่าที่ดินอาคาร และสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวทั้งประเภทเงินสดและเงินผ่อนส่งเป็นงวดตามระยะเวลาที่ผู้ซื้อสามารถ เลือกได้ทั้งนี้ให้แจ้งบัญชีรายละเอียดทั้งค่าที่ดินค่าอาคารสิ่งปลูกสร้างหรือราคาเหมารวมทั้งที่ดิน และอาคาร
          9.3 วิธีการในการบำรุงรักษาและการบริการสิ่งสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ
          9.4 วิธีการบริการและจัดเก็บเงินค่าบริการตลอดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการในข้อ9.3จากผู้ซื้อ
          9.5 สิทธิของผู้ซื้อในการใช้หรือได้รับบริการจากบริการสาธารณะที่ผู้จัดสรรจัดให้มีในบริเวณการจัดสรรที่ ดิน
          9.6 ภาระผูกพันต่างๆที่บุคคลอื่นมีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินที่ขอจัดสรร
          9.7 สัญญาหรือเงื่อนไขในการใช้ประโยชน์ที่ดินในที่ดินแปลงย่อยที่ผู้ซื้อจะต้องปฏิบัติเพื่อประโยชน์ต่อ ชุมชนทางด้านความสงบสุขความปลอดภัยความสวยงามความเป็นระเบียบเรียบร้อยความเพิ่มพูน มูลค่าในทรัพย์สินและขนบธรรมเนียมประเพณี


หมวด 3
ขนาดและเนื้อที่ของที่ดินที่ทำการจัดสรร
.........................................................................................................

ข้อ 10 ขนาดของที่ดินจัดสรรแบ่งเป็น3ขนาดคือ
          10.1 ขนาดใหญ่ได้แก่ที่ดินที่ทำการรังวัดแบ่งเป็นแปลงย่อยเพื่อจำหน่ายตั้งแต่500แปลงหรือเนื้อที่ เกินกว่า100ไร่
          10.2 ขนาดกลางได้แก่ที่ดินที่ทำการรังวัดแบ่งเป็นแปลงย่อยเพื่อจำหน่ายตั้งแต่100-499แปลงหรือ เนื้อที่ 19-100 ไร่
          10.3 ขนาดเล็กได้แก่ที่ดินที่ทำการรังวัดแบ่งเป็นแปลงย่อยเพื่อจำหน่ายตั้งแต่ 10-19 แปลงหรือเนื้อที่ ต่ำกว่า19ไร่

ข้อ 11 ในการจัดสรรที่ดินเพื่อการจำหน่ายเฉพาะที่ดินที่ดินแปลงย่อยจะต้องมีขนาดความกว้างของ หน้าแปลงที่ติดถนนไม่ต่ำกว่า12เมตรและมีความยาวไม่ต่ำกว่า 20.00 เมตร หากรูปที่ดินแปลงย่อย ไม่ได้ขนาดดังกล่าวต้องมีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 80 ตารางวา

ข้อ 12 ในการจัดสรรที่ดินเพื่อการจำหน่ายพร้อมอาคารที่ดินแปลงย่อยจะต้องมีขนาดและเนื้อที่ของที่ ดินแยกเป็นประเภทดังนี้
          12.1 บ้านเดี่ยวที่ดินแต่ละแปลงจะต้องมีความกว้างและยาวไม่ต่ำกว่า 10.00เมตรและมีเนื้อที่ไม่ต่ำ กว่า 50 ตารางวาหากความกว้างหรือความยาวไม่ได้ขนาดดังกล่าวต้องมีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า60ตาราง วาตัวอาคารต้องห่างจากเขตที่ดินทุกด้านไม่ต่ำกว่า 2.00 เมตร
          12.2 บ้านแฝดที่ดินแต่ละแปลงต้องมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 8.00 เมตร และมีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 35 ตารางวาตัวอาคารด้านที่ไม่ติดกันต้องห่างจากเขตที่ดินด้านละไม่ต่ำกว่า 2.00 เมตร
          12.3 บ้านแถวที่ดินแต่ละแปลงต้องมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 4.00 เมตรและมีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 16 ตาราง วาตัวอาคารต้องห่างจากเขตที่ดินด้านหลังไม่ต่ำกว่า 2.00 เมตรการเว้นช่องว่างระหว่างแปลงที่ดิน
ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
          12.4 อาคารพาณิชย์ที่ดินแต่ละแปลงต้องมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 4.00 เมตรและมีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า16 ตารางวาตัวอาคารต้องห่างจากเขตที่ดินด้านหลังไม่ต่ำกว่า 2.00 เมตรการเว้นช่องว่างระหว่างแปลง ที่ดินให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารและกฎหมายที่เกี่ยวข้องช่องว่างระหว่างแปลงที่ดิน ตามข้อ 12.3 และ12.4 ต้องจัดให้มีเพิ่มขึ้นระหว่างที่ดินแปลงย่อยประเภทนี้ที่ต่อเนื่องกับที่ดินแปลง ย่อยประเภทอื่นช่องว่างนี้ถือเป็นส่วนสาธารณูปโภคของโครงการที่ต้องปรับปรุงและอนุญาตให้ใช้ เป็นที่กลับรถหรือเพื่อการอื่นได้

ข้อ 13 ในการจัดสรรที่ดินเป็นประเภทที่ประกอบอุตสาหกรรมขนาดและเนื้อที่ดินของที่ดินแปลงย่อย ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดินที่จะพิจารณาตามความเหมาะสมกับ หลักเกณฑ์ด้านการอนามัยการคมนาคมความปลอดภัยการผังเมืองและสิ่งแวดล้อมและอย่างน้อย ต้องไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ในข้อ11และต้องแยกห่างจากที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยไม่ต่ำกว่า 12.00 เมตร

ข้อ 14 เพื่อประโยชน์ในการจัดขนาดและจำนวนของระบบสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะให้ เพียงพอต่อการใช้ประโยชน์ในอนาคตที่ดินแปลงอื่นในโครงการจัดสรรที่ดินตั้งแต่ 200 ตารางวาขึ้น ไปจะต้องนำมารวมเพื่อคำนวณแปลงที่ดินใหม่โดยใช้เกณฑ์เฉลี่ยเนื้อที่75ตารางวา( 300 ตาราง เมตร) ต่อ1แปลงจำนวนแปลงที่ดินที่คำนวณได้จากเกณฑ์เฉลี่ยนี้จะถูกนำไปรวมกับจำนวนที่ดิน แปลงย่อยที่จัดขนาดตามเกณฑ์กำหนดเพื่อใช้ในการกำหนดขนาดและจำนวนระบบสาธารณูปโภค และบริการสาธารณะตามหมวดอื่นต่อไปหากลักษณะทั่วไปของการจัดสรรที่ดินเป็นการแบ่งที่ดิน แปลงย่อยเป็นประเภทบ้านแฝดบ้านแถวหรืออาคารพาณิชย์เกินกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่ทั้งโครงการ คณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดินจะใช้เกณฑ์เฉลี่ยเนื้อที่ที่นำไปคำนวณตามวรรคต้นจากผล เฉลี่ยของขนาดแปลงที่ดินที่แสดงมาในแผนผังการแบ่งแปลงที่ดินมาเป็นตัวคำนวณแทนก็ได้ข้อ15 การแบ่งแปลงที่ดินเป็นแนวตะเข็บจะกระทำมิได้การแบ่งแปลงที่ดินไม่ควรให้มีเศษเป็นเสี้ยวหรือมีรูป ร่างที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้คณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดินมีสิทธิที่จะสั่งการให้ปรับขนาด และรูปร่างที่ดินแปลงย่อยเพื่อมิให้เกิดเศษเหลือที่ดินได้


หมวด 4
ระบบและมาตรฐานของถนนและทางเท้า
.........................................................................................................

ข้อ 16 ในการจัดสรรที่ดินแต่ละโครงการที่ดินแปลงย่อยแต่ละแปลงต้องมีความกว้างของหน้าที่ดินที่ ติดถนนสำหรับใช้เป็นทางเข้าออกสู่อาคารไม่ต่ำกว่า4.00เมตรความกว้างของเขตทางวัดตามแนว ตั้งฉากจากความกว้างของหน้าที่ดินแปลงย่อยต้องไม่ต่ำกว่าเกณฑ์กำหนดในข้อถัดไป

ข้อ 17 ขนาดของถนนที่ต้องจัดให้มีในการจัดสรรที่ดินแต่ละโครงการให้มีความกว้างของเขตทาง(ผิว จราจรและทางเท้า)เป็นสัดส่วนกับจำนวนที่ดินแปลงย่อยดังนี้
           17.1 ถนนที่ใช้เป็นทางเข้าออกสู่ที่ดินแปลงย่อยไม่เกิน 100 แปลงหรือไม่เกิน 20 ไร่ต้องมีความกว้าง ของเขตทางไม่ต่ำกว่า 8 เมตรโดยมีความกว้างของผิวจราจร 6.00 เมตรและจัดทำทางเท้ายกระดับ ด้านที่ปักเสาไฟฟ้าให้มีความกว้างไม่ต่ำกว่า 1.15 เมตร
          17.2 ถนนที่ใช้เป็นทางเข้าออกสู่ที่ดินแปลงย่อยไม่เกิน 300 แปลงหรือไม่เกิน 50 ไร่ต้องมีความกว้าง ของเขตทางไม่ต่ำกว่า 12.00 เมตรโดยมีความกว้างของผิวจราจร 9.00 เมตร และทางเท้าข้างละ 1.50 เมตร
          17.3 ถนนที่ใช้เป็นทางเข้าออกสู่ที่ดินแปลงย่อย 300 แปลงขึ้นไปหรือมากกว่า 50 ไร่ขึ้นไปต้องมี ความกว้างของเขตทางไม่ต่ำกว่า 16.00 เมตรโดยมีความกว้างของผิวจราจร 12.00 เมตรและทางเท้า ข้างละ 2.00 เมตร
          17.4 ถนนที่ใช้เป็นทางเข้าออกสู่ที่ดินแปลงย่อยประเภทที่เป็นอุตสาหกรรมทุกขนาดต้องมีความกว้าง ของเขตทางไม่ต่ำกว่า 16.00 เมตรโดยมีความกว้างของผิวจราจร 12.00 เมตรและทางเท้าข้างละ 2.00 เมตรและรัศมีการเลี้ยวโค้งที่ทางเลี้ยวหรือทางแยกไม่ต่ำกว่า 12.00 เมตร

ข้อ 18 ถนนที่เป็นปากทางเข้าออกของโครงการจัดสรรที่ดินที่บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหรือทาง สาธารณะประโยชน์ต้องมีความกว้างของผิวจราจรและทางเท้าไม่น้อยกว่าเกณฑ์กำหนดตามข้อ17 นอกจากจะมีเกณฑ์บังคับเป็นอย่างอื่น

ข้อ 19 ในกรณีที่ที่ดินแปลงย่อยมีหน้าแปลงที่ดินติดต่อกับเขตห้ามปลูกสร้างอาคารริมทางหลวงแผ่น ดินหรือทางหลวงท้องถิ่นให้ปรับปรุงเขตทางนั้นเป็นผิวจราจรโดยให้เชื่อมเป็นส่วนเดียวกับผิวจราจร ของทางหลวงนอกจากจะมีเกณฑ์บังคับเป็นอย่างอื่น

ข้อ 20 ถนนแต่ละสายให้มีความยาวจากทางแยกหนึ่งถึงอีกทางแยกหนึ่งไม่เกิน 300 เมตร และไม่ควร ให้เป็นแนวตรงยาวเกินกว่า600เมตรถนนที่เป็นถนนปลายตันต้องจัดให้มีที่กลับรถทุกระยะ100 เมตร และที่ปลายตันกลับรถต้องมีมาตรฐานแบบใดแบบหนึ่งตามข้อ 27

ข้อ 21 ให้จัดให้มีที่จอดรถระหว่างผิวจราจรกับทางเท้ากว้าง 2.50 เมตรในบริเวณต่อไปนี้
          21.1 ตลอดความยาวด้านหน้าที่ดินแปลงย่อยประเภทอาคารพาณิชย์เว้นแต่กรณีที่ติดกับเขตห้าม ปลูกสร้างอาคารริมทางหลวงให้ใช้เขตห้ามปลูกสร้างอาคารเป็นที่จอดรถได้
          21.2 ตลอดความยาวทุกด้านที่ติดถนนของที่ดินแปลงใหญ่
          21.3 ตลอดความยาว2ฝั่งถนนเป็นระยะทางข้างละ 50.00 เมตรนับจากปากทางเข้าออกของโครงการ ที่บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหรือทางหลวงท้องถิ่นที่มีความกว้างเขตทางตั้งแต่ 30.00 เมตรขึ้นไปเว้น แต่ถนนตามข้อ 17.3 และข้อ 17.4

ข้อ 22 ถนนที่ใช้เป็นทางเข้าออกสู่ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยและอาคารพาณิชย์ต้องจัดให้มีทางเท้า สำหรับคนเดินตามขนาดที่กำหนดไว้ในข้อ 17โดยจะต้องยกระดับให้สูงกว่าผิวจราจรระหว่าง 12 ถึง 15 เซนติเมตรสม่ำเสมอกันไปตลอดความยาวถนนวัสดุปูทางเท้าต้องเป็นคอนกรีตและต้องมีความ กว้างทางเดินเท้าสุทธินับจากเขตแปลงที่ดินไม่ต่ำกว่า 60 เซนติเมตรตลอดความยาวของถนนโดย ไม่มีสิ่งกีดขวางขอบทางเท้าต้องเป็นคันหินสูงระหว่าง 12 ถึง15 เซนติเมตรจุดที่เป็นทางเข้าออกสู่ที่ ดินแปลงย่อยให้ลดคันหินลงโดยทำเป็นทางลาดให้รถเข้าออกได้แต่ให้รักษาระดับทางเท้าให้สูงเท่า เดิมทางเท้าส่วนที่เป็นทางเข้าออกนี้ให้ทำเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กการปลูกต้นไม้หรือติดตั้งอุปกรณ์ ประดับถนนต้องไม่ล้ำลงมาในส่วนที่เป็นทางเดินเท้าต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ควรกันเขตนอกทางเท้า เป็นพิเศษขนาดอย่างน้อย 1.00x1.00 เมตร

ข้อ 23 ระดับความสูงของหลังถนนต้องให้สอดคล้องกับระบบการระบายน้ำในบริเวณการจัดสรรที่ดิน และต้องจัดทำให้ได้ระดับและมาตรฐานที่สอดคล้องกับถนนหรือทางสาธารณะที่ต่อเนื่องผิวจราจร ต้องเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กแอสฟัลท์ติคคอนกรีตหรือลาดยางแอสฟัลท์รองด้วยชั้นวัสดุพื้นทางที่มี ความหนาและบดอัดจนมีความแน่นตามที่กำหนด

ข้อ 24 ถนนสายประธานหรือสายหลักที่รับปริมาณการจราจรมากต้องมีความลาดชันและทางเลี้ยว ของผิวจราจรที่สะดวกต่อการขับขี่ยวดยานอย่างปลอดภัยโดยความลาดชันของผิวจราจรทุกจุดต้อง ไม่เกิน 7 ส่วนต่อทางราบ 100 ส่วนทางเลี้ยวหรือทางบรรจบกันต้องไม่เป็นมุมแหลมเล็กกว่า 60 องศา และในกรณีทางเลี้ยวที่ห่างกันน้อยกว่า 37 เมตรต้องเป็นมุมป้านไม่เล็กกว่า 120 องศา

ข้อ 25 ปากทางของถนนที่มีเขตทางต่ำกว่า 12.00 เมตรจะต้องปาดมุมถนนให้กว้างขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า ด้านละ 1.00 เมตรถ้าปากทางของถนนดังกล่าวเป็นมุมเล็กกว่า 90 องศาจะต้องปาดมุมให้กว้างขึ้นอีก ตามความเหมาะสม

ข้อ 26 ถนนที่ตัดผ่านลำรางสาธารณะประโยชน์ซึ่งกว้างเกินกว่า 3.00 เมตรจะต้องทำเป็นสะพานถ้า ลำรางสาธารณะประโยชน์กว้าต่ำกว่า 3.00 เมตรจะจัดทำเป็นสะพานหรือสะพานท่อหรือใช้ท่อลอดที่ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า100เซนติเมตรและหลังท่อลึกจากผิวจราจรไม่ต่ำกว่า 80 ซนติเมตร

ข้อ 27 ที่จอดรถตามข้อ20ต้องจัดให้เป็นไปตามมาตรฐาน ดังต่อไปนี้
          27.1 กรณีที่เป็นวงเวียนต้องมีรัศมีความโค้งวัดถึงกึ่งกลางถนนไม่ต่ำกว่า 6.00 เมตรและผิวจราจร กว้างไม่ต่ำกว่า4.00เมตร
          27.2 กรณีที่เป็นรูปตัวที (T) ต้องมีความยาวสุทธิของไหล่ตัวทีด้านละไม่ต่ำกว่า 5.00 เมตรทั้งสองด้าน และผิวจรตาจรกว้างไม่ต่ำกว่า 4.00 เมตร
          27.3 กรณีที่เป็นรูปตัวแอล (L) ต้องมีความยาวสุทธิของขาแต่ละด้านไม่ต่ำกว่า 5.00 เมตรและผิว จราจรกว้างไม่ต่ำกว่า 4.00 เมตร
          27.4 กรณีที่เป็นรูปตัววาย (Y )ต้องมีความยาวสุทธิของแขนตัววายด้านละไม่ต่ำกว่า 5.00 เมตร ผิว จราจรกว้างไม่ต่ำกว่า 4.00 เมตรมุมตัววายต้องไม่เล็กกว่า 120 องศา

ข้อ 28 ถนนที่ใช้เป็นถนนเดินรถทางเดียวในบริเวณการจัดสรรที่ดินหรือใช้เป็นทางเข้าออกสู่โครงการ จะทำได้ต่อเมื่อมีการแสดงหลักฐานความจำเป็นที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ต่อคณะกรรมการควบคุม การจัดสรรที่ดินและได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการควบคุมจัดสรรที่ดินแล้วเท่านั้น

ข้อ 29 ให้ติดตั้งป้ายสัญญาณการจราจรและอุปกรณ์สะท้อนแสงไฟให้เห็นได้ชัดตรงจุดที่เป็นเกาะ กลางถนนวงเวียนทางแยกร่องหรือสันนูนขวางถนนทุกแห่ง

ข้อ 30 เพื่อประโยชน์ในด้านความสะดวกต่อการคมนาคมความมั่นคงแข็งแรงความปลอดภัยความ สวยงามความเป็นระเบียบและการผังเมืองคณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดินมีสิทธิที่จะสั่งการให้ ปรับเปลี่ยนขนาดเขตทางทิศทางเดินรถระดับและความลาดชันทางเลี้ยวที่จอดรถที่กลับรถและส่วน ประกอบของถนนได้


หมวด 5
ระบบการระบายน้ำ
.........................................................................................................

ข้อ 31 น้ำเสียที่ผ่านการใช้มาแล้วจากอาคารบ้านเรือนร้านค้าหรือสถานประกอบการทุกหลังหรือทุก แห่งและน้ำฝนที่เกิดจากฝนตกบนบริเวณที่ดินจัดสรรจะต้องมีการระบายออกจากบริเวณโดยระบบท่อ ระบายน้ำหรือรางระบายน้ำที่ออกแบบเป็นระบบอย่างถูกต้องตามหลักวิชาให้สามารถระบายน้ำทั้ง หมดได้โดยไม่ให้เกิดการท่วมล้นหรือขังอยู่ในบริเวณที่จัดสรรได้นอกจากในระบบบำบัดน้ำเสียหรือ แหล่งน้ำที่จัดไว้โดยเฉพาะน้ำทิ้งที่ออกจากระบบการระบายน้ำและระบบบำบัดน้ำเสียจะต้องไปสู่ แหล่งทิ้งน้ำสาธารณะที่เป็นคูคลองหรือทางสาธารณะอื่นใดได้อย่างพอเพียงโดยไม่ให้เกิดความเสีย หายต่อทรัพย์สินข้างเคียงในกรณีที่การระบายน้ำทิ้งลงสู่ระบบท่อน้ำสาธารณะหรือคูน้ำริมทาง สาธารณะจะต้องได้รับการอนุญาตยินยอมจากผู้ดูแลรับผิดชอบแล้วเท่านั้นผู้จัดสรรต้องแสดงแหล่ง ทิ้งน้ำสาธารณะให้ชัดเจนในแผนผังหากเป็นลำรางสาธารณะในโฉนดที่ดินให้แสดงภาพความกว้าง ความลึกของลำรางจากบริเวณที่จัดสรรไปจนถึงแหล่งทิ้งน้ำสาธารณะนั้น

ข้อ 32 ระบบการระบายน้ำต้องสามารถรองรับปริมาณน้ำที่เกิดขึ้นในบริเวณการจัดสรรที่ดินตาม เกณฑ์กำหนดต่อไปนี้
          32.1 ปริมาณน้ำฝนใช้เกณฑ์ปริมาณฝนตกในรอบ5ปีหรือนานกว่าของท้องที่นั้นและสัมประสิทธิ์การ ไหลนองของน้ำฝนเฉลี่ยของที่ดินแปลงย่อยมีค่าไม่ต่ำกว่า 0.6
          32.2 ปริมาณน้ำเสียใช้เกณฑ์ปริมาณไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 ของน้ำใช้แต่ต้องไม่ต่ำกว่า1ลูกบาศก์เมตร ต่อครัวเรือนต่อวัน
          32.3 ปริมาณน้ำไหลซึมเข้าระบบท่อน้ำต่อวันต้องไม่ต่ำกว่า 20 ลูกบาศก์เมตรต่อความยาวท่อระบาย น้ำ1 กิโลเมตรให้มีรายการคำนวนปริมาณน้ำที่จะเข้าสู่ระบบบายน้ำต่อวินาทีขนาดท่อระบายน้ำแต่ละ บริเวณระดับความลาดเอียงของท่อระบายน้ำความลึกของท้องท่อระบายน้ำความเร็วของการไหล ของน้ำในท่อระบายน้ำและประเภทวัสดุที่ใช้ทำท่อระบายน้ำประกอบมากับแผนผังระบบการระบายน้ำ

ข้อ 33 ระบบการระบายน้ำต้องประกอบด้วยท่อระบายน้ำรวมที่รับปริมาณน้ำสูงสุดได้รางระบายน้ำ บ่อพักท่อระบายน้ำที่รับน้ำฝนจากถนนและรับน้ำเสียจากที่ดินแปลงย่อย(กรณีที่เป็นระบบการระบาย น้ำรวม)บริเวณรับน้ำทิ้งจากระบบการระบายน้ำและจากระบบการบำบัดน้ำเสียรายการทั้งหมดนี้ต้อง แสดงให้ปรากฏในแผนผังการระบายน้ำที่จัดทำขึ้นตามมาตรฐานทางวิศวกรรมสอดคล้องกับรายการ คำนวนทางวิชาการที่สามารถตรวจสอบความเพียงพอและความมั่นคงแข็งแรงของอุปกรณ์ของระบบ ได้โดยต้องมีการตรวจรับรองจากวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

ข้อ 34 การจัดทำแผนผังระบบการระบายน้ำและการจัดทำรายการคำนวณทางวิชาการต้องปฏิบัติตาม เงื่อนไขดังต่อไปนี้
          34.1 ท่อระบายน้ำขนาดเล็กที่สุดที่อนุญาตให้ใช้ได้ต้องมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางภายในไม่ต่ำกว่า 40 เซนติเมตร ในกรณีที่การระบายน้ำเสียแยกจากระบบระบายน้ำฝนอนุญาตให้ใช้ระบบระบายน้ำที่มี เส้นผ่าศูนย์กลางภายในต่ำกว่า40เซนติเมตรได้และท่อระบายน้ำทั้งหมดต้องเป็นวัสดุที่ทนทานต่อ ความเน่าเสียได้โดยไม่ผุกร่อนหรือสลายตัวและต้องรับน้ำหนักกดจากพื้นที่ด้านบนได้โดยไม่เสียหาย
          34.2 ระดับความเอียงลาดของท่อระบายน้ำขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 40 เซนติเมตร ต้องไม่ต่ำกว่า 1:500 และของท่อระบายน้ำที่มีขนาดใหญ่กว่าต้องไม่เกินกว่า 1:1000 ระดับความเอียงลาดนี้ต้องต่อ เนื่องกันไปตลอดทั้งระบบการระบายน้ำ
          34.3 เครื่องสูบน้ำเสียจะเป็นแบบจุ่มแช่ในบ่อพักน้ำเสียหรือนอกบ่อพักน้ำเสียก็ได้การสูบน้ำต้องให้ ระดับหยุดสูบน้ำอยู่ต่ำกว่าระดับท้องท่อระบายน้ำเข้าและให้ระดับเริ่มสูบน้ำอยู่สูงกว่าระดับหยดสูบ น้ำไม่ต่ำกว่า 1.00 เมตรปริมาตรน้ำเสียระหว่างระดับสูบน้ำในบ่อพักน้ำเสียต้องไม่น้อยกว่า1ใน 4 ส่วน ของปริมาณน้ำเสียรวมทั้งโครงการ
          34.4 แนวท่อระบบการระบายน้ำต้องไม่พาดผ่านทางน้ำหรือแหล่งน้ำสาธารณะประโยชน์นอกจากจะ มีระบบพิเศษเพื่อการส่งน้ำไปได้โดยไม่ปนกับน้ำธรรมชาติ
          34.5 บ่อพักท่อระบายน้ำต้องจัดให้มีทุกที่ดินแปลงย่อยประเภทบ้านเดี่ยวและให้ใช้บ่อหนึ่งต่อสอง แปลงได้เฉพาะที่ดินแปลงย่อยที่เป็นประเภทบ้านแฝดบ้านแถวหรืออาคารพาณิชย์แต่ทั้งนี้ต้องแยกท่อ ระบายน้ำเข้าบ่อพักออกจากกัน
          34.6 ให้มีบ่อตรวจการระบายน้ำที่มีขนาดใหญ่เพียงพอให้สามารถลงไปขุดลอกหรือทำความสะอาด ท่อระบายน้ำได้ที่จุดบรรจบท่อระบายน้ำที่สำคัญตามความเหมาะสม
          34.7 กรณีพื้นที่ที่ทำการจัดสรรที่ดินมีระดับความสูงต่ำต่างกันให้แสดงเส้นระดับความสูงต่ำของพื้นที่ ลงในแผนผังแสดงแนวเส้นท่อระบายน้ำโดยมีช่วงห่างกันทุกระดับความสูง 1.00 เมตร หรือน้อยกว่า พร้อมทั้งระดับของพื้นที่ที่จะปรับแต่งโดยการขุลอกหรือถมสูงขึ้นจากระดับเดิมด้วย

ข้อ 35 ในกรณีที่แยกระบบระบายน้ำเสียออกจากระบบระบายน้ำฝนให้แสดงแบบรายละเอียดของทั้ง สองระบบแยกจากกันโดยต้องมีรายละเอียดต่างๆตามข้อต้นทั้งหมดรวมทั้งรายละเอียดของทุกจุดที่มี การตัดผ่านหรือบรรจบกันของระบบทั้งสองด้วย


หมวด 6
ระบบการบำบัดน้ำเสีย
.........................................................................................................

ข้อ 36 น้ำที่ผ่านการใช้มาแล้วจากอาคารบ้านเรือนร้านค้าหรือสถานประกอบการทุกหลังทุกแห่งใน บริเวณการจัดสรรที่ดินไม่ว่าจะเป็นน้ำจากอ่างน้ำที่ซักล้างห้องน้ำครัวหรือส้วมจะถือเป็นน้ำเสียที่จะ ต้องได้รับการบำบัดให้มีคุณสมบัติไม่ต่ำกว่ามาตรฐานน้ำทิ้งของสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม แห่งชาติหรือกฎหมายอื่นที่ให้บังคับในท้องที่นั้นเสียก่อนจึงจะระบายสู่แหล่งน้ำรับน้ำทิ้งได้

ข้อ 37 ระบบการบำบัดน้ำเสียจะเป็นประเภทระบบบำบัดอิสระเฉพาะแต่ละที่ดินแปลงย่อยหรือประเภท ระบบบำบัดกลางที่รวมน้ำเสียน้ำเสียมาบำบัดจุดเดียวหรือหลายจุดก็ได้และแต่ละระบบเหล่านั้นจะใช้ วิธีหรือขบวนการบำบัดแบบใดวิธีใดให้แสดงให้ปรากฎในแผนผังและรายการคำนวณทางวิชาการที่ ตรวจรับรองจากวิศวกรที่ได้รับอนุญาตการประกอบวิชาชีพ

ข้อ 38 เงื่อนไขต่อไปนี้เป็นข้อกำหนดที่ให้ถือปฏิบัติในการจัดทำแผนผังระบบการบำบัดน้ำเสียและการ จัดทำรายการคำนวณทางวิชาการ
          38.1 ปริมาณน้ำเสียแต่ละหน่วยอาคารใช้เกณฑ์ร้อยละ95ของน้ำใช้แต่ต้องไม่น้อยกว่า1,000 ลิตรต่อ ครัวเรือนต่อวัน
          38.2 ปริมาณความสกปรกเป็นค่าBODไม่น้อยกว่า150มิลลิกรัมต่อลิตร 38.3 ระบบบำบัดน้ำเสียทุก ประเภทต้องมีปริมาตรของระบบเพียงพอที่จะรองรับปริมาตรน้ำเสียจากทุกหน่วยรวมกันได้ในระยะ เวลาไม่น้อยกว่า 1 วัน
          38.4 ระดับท้องท่อระบายน้ำทิ้งออกจากระบบบำบัดน้ำเสียต้องอยู่ต่ำกว่าระดับท้องท่อระบบน้ำเข้าสู่ ระบบบำบัดน้ำเสียไม่เกิน 10 เซนติเมตร

ข้อ 39 ระบบบำบัดน้ำเสียประเภทระบบอิสระให้ใช้สำหรับบำบัดน้ำเสียประจำแต่ละหน่วยอาคารเท่า นั้นปริมาตรของระบบต้องเป็นไปตามเกณฑ์กำหนดในข้อ38.1และให้มีสัดส่วนโดยประมาณของระบบ ดังนี้
          39.1 ระบบชนิดเติมอากาศจะต้องมีปริมาณของส่วนที่เติมอากาศไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของปริมาตร รวมของระบบและอัตราการเติมอากาศต้องไม่น้อยกว่า40ลิตรต่อนาทีสำหรับคนไม่เกิน5คนปริมาตร รวมของระบบเฉลี่ยแล้วต้องไม่น้อยกว่า 200 ลิตร ต่อคน
          39.2 ระบบชนิดไม่เติมอากาศจะต้องมีปริมาตรของส่วนที่บรรจุด้วยวัสดุกรองไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของปริมาตรรวมของระบบส่วนปริมาตรรวมของระบบเฉลี่ยแล้วต้องไม่น้อยกว่า 300 ลิตรต่อคน

ข้อ 40 ระบบการบำบัดน้ำเสียประเภทระบบกลางที่รวมรับน้ำเสียมาบำบัดจากที่ดินแปลงย่อยตั้งแต่ 2 แปลงขึ้นไปจะต้องจัดไว้ในพื้นที่เฉพาะแยกต่างหากโดยมีเนื้อที่เพียงพอที่จะตั้งบ่อพักน้ำเสียและบ่อ เครื่องสูบน้ำ(ถ้ามี)บ่อบำบัดน้ำเสียและบ่อพักน้ำทิ้งต้องให้มีสัดส่วนโดยประมาณของระบบ ดังนี้
          40.1 ระบบชนิดบ่อผึ่งจะต้องมีความลึกของระดับน้ำเสียในส่วนบ่อบำบัดน้ำเสียระหว่าง1.20-1.50 เมตร ใต้ระดับท้องท่อระบายน้ำเข้าหรือระดับสันฝายแบ่งน้ำกับบ่อพักน้ำทิ้งบ่อพักน้ำทิ้งจะต้องมีสัด ส่วนไม่ใหญ่เกินกว่า1ใน3ส่วนของบ่อบำบัดน้ำเสียและทั้งสองส่วนต้องรับปริมาตรรวมกันได้ไม่น้อย กว่าเกณฑ์กำหนดในข้อ 38.3 ระบบบำบัดน้ำชนิดบ่อผึ่งต้องมีการเติมอากาศในส่วนบ่อบำบัดน้ำเสีย ด้วยเครื่องเติมอากาศชนิดมีกำลังรวมกันไม่น้อยกว่า5แรงม้าและติดตั้งอยู่ในจุดที่สามารถกระจาย การเติมอากาศได้ทั่วทั้งบ่อบำบัด
          40.2 ระบบชนิดถังปิดจะต้องเป็นระบบชนิดผสมระหว่างชนิดเติมอากาศและชนิดไม่เติมอากาศอยู่ ด้วยกันดยน้ำเสียจะผ่านวัสดุกรองในส่วนที่ไม่เติมอากาศไปสู่ส่วนเติมอากาศหรือส่วนดักกลิ่นก่อน กลายเป็นน้ำทิ้งส่วนบำบัดที่บรรจุวัสดุกรองต้องมีปริมาตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 และส่วนเติมอากาศ ต้องมีปริมาตรไม่น้อยกว่าร้อยละ15ของปริมาตรรวมของระบบ40.3 ระบบชนิดอื่นเช่นระบบแบบหมุน รอบตัวทั้งทางราบและทางดิ่งระบบแผ่นหมุนและระบบตะกอนแร่งและอื่นๆ ให้วิศวกรผู้ออกแบบระบบ น้ำแสดงรายละเอียดทางวิชาการของระบบที่ใช้พร้อมแผนผังเพื่อให้คณะกรรมการควบคุมการจัดสรร ที่ดินพิจารณาอนุมัติเป็นรายๆ ไป

ข้อ 41 ระบบบำบัดน้ำเสียทุกประเภทจะต้องมีบ่อตรวจคุณภาพน้ำทิ้งที่สามารถเข้าไปตรวจสอบคุณ ภาพน้ำทิ้งได้ตลอดเวลาสำหรับประเภทระบบกลางต้องตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ยานพาหนะเข้าถึงได้โดยเป็น ทางเฉพาะกว้างไม่น้อยกว่า4.00เมตรเพื่อประโยชน์ในการบำรุงรักษาอุปกรณ์ที่ใช้ในการบำบัดน้ำเสีย และการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้ง


หมวด 7
ระบบไฟฟ้า
.........................................................................................................

ข้อ 42 ผู้จัดสรรที่ดินต้องจัดให้มีระบบไฟฟ้าและดำเนินการจัดทำตามแบบแปลนแผนผังที่ได้รับความ เห็นชอบจากหน่วยงานราชการหรือองค์การของรัฐซึ่งมีหน้าที่ควบคุมเรื่องไฟฟ้า


หมวด 8
ระบบประปา
.........................................................................................................

ข้อ 43 ระบบประปาในบริเวณที่ดินจัดสรรมีดังนี้
          43.1 ในกรณีที่ที่ดินจัดสรรตั้งอยู่ในบริเวณที่การประปานครหลวงการประปาส่วนภูมิภาคหรือการ ประปาส่วนท้องถิ่นแล้วแต่กรณีสามารถให้บริการได้ต้องใช้บริการของหน่วยงานนั้น
          43.2 ในกรณีที่ดินจัดสรรตั้งอยู่นอกบริเวณ43.1ให้จัดทำระบบประปาหรือระบบน้ำสะอาดให้เพียงพอ ต่อการอุปโภคและจะต้องดำเนินการต่อไปนี้
          (1) เสนอแบบก่อสร้างระบบการผลิตน้ำประปาและแบบการก่อสร้างระบบจ่ายน้ำพร้อมรายละเอียด ประกอบแบบรายการคำนวณโดยวิศวกรเป็นผู้ลงนามรับรองแบบและรายการคำนวณดังกล่าวเพื่อขอ รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดิน
          (2) ถ้าใช้น้ำบาดาลในการผลิตน้ำประปาจะต้องขออนุญาตกรมทรัพยากรธรณีตามกฎหมายว่าด้วย น้ำบาดาลถ้าใช้น้ำผิวดินเพื่อการผลิตน้ำประปาหรือน้ำสะอาดต้องแสดงคุณภาพของน้ำดิบและน้ำที่ ผ่านการผลิตให้คณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดินเห็นชอบเสียก่อน
          (3) ต้องขอรับสัมปทานการจัดจำหน่ายน้ำประปาจากหน่วยราชการที่รับผิดชอบตามกฎหมายว่าด้วย การสัมปทานให้เรียบร้อยก่อนออกใบอนุญาตทำการจัดสรรที่ดิน

หมวด 9
ระบบโทรศัพท์
.........................................................................................................

ข้อ 44 ในกรณีที่ผู้จัดสรรที่ดินจะจัดให้มีโทรศัพท์ในบริเวณที่ดินจัดสรรด้วยผู้จัดสรรที่ดินต้องดำเนิน การตามที่ได้รับอนุญาตจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย

หมวด 10
การสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะตามที่จำเป็น
.........................................................................................................

ข้อ 45 ผู้จัดสรรที่ดินต้องจัดและปรับปรุงพื้นที่บริเวณโครงการจัดสรรที่ดินเพื่อใช้เป็นสาธารณูปโภค และบริการสาธารณะตามที่จำเป็นดังนี้
          45.1 ผู้จัดสรรต้องกันพื้นที่และจัดทำสนามกีฬาหรือสวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจจำนวน1 แห่งโดยคำนวณจากร้อยละ5ของพื้นที่จัดจำหน่าย
          45.2 การกันพื้นที่และจัดทำสนามกีฬาและสวนสาธารณะตามข้อ 45.1จะต้องอยู่บริเวณพื้นที่อันเป็น จุดศูนย์กลางของที่ดินจัดสรรทั้งจะต้องมีขนาดและรูปแปลงที่เหมาะสมสะดวกแก่การใช้สอยและไม่ อนุญาตให้แบ่งแยกออกเป็นแปลงย่อยหลายแห่งเว้นแต่เป็นการกันพื้นที่แต่ละแห่งไว้เกินกว่า 3 ไร่
          45.3 กรณีเป็นการจัดสรรที่ดินขนาดใหญ่จำนวนที่ดินแปลงย่อยขนาด 500 แปลง ขึ้นไปหรือเนื้อที่เกิน กว่า100ไร่ผู้จัดสรรจะต้องกันพื้นที่ไว้เป็นที่ตั้งโรงเรียนอนุบาลจำนวน1 แห่งเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 200 ตารางวา และต้องจัดให้มีพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มขึ้นทุกๆ 500 แปลง หรือทุกๆ 100 ไร่ในกรณีที่ไม่สามารถจัด ตั้งโรงเรียนอนุบาลตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานโรงเรียนอนุบาลเอก ชนได้ให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวจัดทำบริการสาธารณะประจำหมู่บ้านจัดสรรแทน

ข้อ 46 ผู้จัดสรรที่ดินจะต้องจัดการให้พื้นที่บริเวณโครงการจัดสรรที่ดินปราศจากขยะมูลฝอยโดยแสดง รายละเอียดการดำเนินการจัดเก็บและทำลายขยะเสนอคณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดินจารณา ตามความเหมาะสม


ให้ไว้ ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2535

( นายอนันต์ อนันตกูล )
ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ประธานคณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดิน

ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 109 ตอนที่ 89 วันที่19สิงหาคม 2535
……………………………………………………………………………….

 

1. ประกาศคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง เรื่องกำหนดสถาบันการเงินเป็นผู้ค้ำประกันให้มี สาธารณูปโภคตาม พรบ.จัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543
2. แนวทางปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543
3. พระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ.2543
4. ข้อกำหนดการจัดสรรที่ดินตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 286 (ปว.286)
5. พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543