|
ข้อกำหนดการจัดสรรที่ดินตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่
286 (ปว.286)
สารบัญ [
ตอนที่1 ] [ ตอนที่2 ]
ข้อกำหนดการจัดสรรที่ดินตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 286
(ปว.286)
แหล่งที่มา : กรมที่ดิน
ข้อกำหนดการจัดสรรที่ดินตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 286 (ปว.286)
ตอนที่ 1
------------------------------------------------------------------------------------------------------
ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 286
ประกาศ ณ วันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515
โดยที่ปัจจุบันนี้ได้มีผู้ดำเนินการจัดสรรที่ดินเป็นจำนวนมากแต่ยังไม่มีกฎหมายเพื่อใช้ควบคุมการ
จัดสรรที่ดินโดยเฉพาะเป็นเหตุให้มีการพิพาทกันอีกทั้งการวางแผนผังโครงการหรือวิธีการในการจัด
สรรที่ดินก็ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการผังเมืองจำเป็นจะต้องมีกฎหมายเพื่อควบคุมการจัดสรรที่ดิน
ของเอกชนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเพื่อประโยชน์ของผู้ซื้อที่ดินจัดสรรและเพื่อผลในทาง
เศรษฐกิจสังคมและการวางผังเมืองหัวหน้าคณะปฏิวัติจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ในการประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
"การจัดสรรที่ดิน"หมายความว่าการจัดจำหน่ายที่ดินติดต่อกันเป็นแปลงย่อยมีจำนวนตั้งแต่สิบ
แปลงขึ้นไปไม่ว่าด้วยวิธีใดโดยได้รับทรัพย์สินหรือประโยชน์ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมเป็นค่าตอบ
แทนและมีการให้คำมั่นหรือการแสดงออกโดยปริยายว่าจะจัดให้มีสาธารณูปโภคหรือบริการ
สาธารณะหรือปรับปรุงให้ที่ดินนั้นเป็นที่อยู่อาศัยที่ประกอบการพาณิชย์หรือประกอบอุตสาหกรรม
"ใบอนุญาต"หมายความว่าใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน"ผู้จัดสรรที่ดิน"หมายความว่าผู้ได้รับ
ใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน
"ผู้ซื้อที่ดินจัดสรร"หมายความว่าผู้ทำสัญญากับผู้จัดสรรที่ดินเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินจัดสรร
"คณะกรรมการ"หมายความว่าคณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดิน
"ประธานคณะกรรมการ"หมายความว่าประธานคณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดิน
"รัฐมนตรี"หมายความว่ารัฐมนตรีรักษาการตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับนี้
ข้อ 2 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ไม่ใช้บังคับแก่การจัดสรรที่ดินของธน่ค่รอาคารสงเคราะห์
ตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารอาคารสงเคราะห์ของสำนักงานอาคารวงเคราะห์ตามกฎหมายว่า
ด้วยการจัดตั้งสำนักงานอาคารสงเคราะห์และของทางราชการหรือขององค์การของรัฐบาลซึ่งมี
อำนาจหน้าที่ทำการจัดสรรที่ดินตามกฎหมาย
ข้อ 3 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า"คณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดิน"ประกอบด้วย
ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานอธิบดีกรมที่ดินเป็นรองประธานผู้แทนกรมการปกครองผู้
แทนสำนักผังเมืองเป็นกรรมการผู้แทนกรมที่ดินเป็นกรรมการและเลขานุการและกรรมการอื่นอีก
ไม่เกิน 5 คนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 4 กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละ2ปีแต่เมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้วอาจได้
รับแต่งตั้งอีกได้
ข้อ 5 นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามข้อ4กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง
เมื่อ
(1)
ลาออก
(2)
รัฐมนตรีให้ออก
เมื่อตำแหน่งกรรมการว่างลงระหว่างวาระรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นแทนได้กรรมการซึ่งได้รับแต่ง
ตั้งตามวรรคสองอยู่ในตำแหน่งตามวาระของผู้ซึ่งตนแทน
ข้อ 6 การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่ต่ำกว่ากึ่งจำนวนของคณะกรรมการ
ทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุมถ้าในการประชุมคราวใดประธานและรองประธานไม่อยู่ให้กรรมการซึ่ง
มาประชุมเลือกกรรมการด้วยกันคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมมติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก
กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียงในการลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุม
ออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ข้อ 7 คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ควบคุมการจัดสรรที่ดินให้เป็นไปตามประกาศของคณะปฏิวัติ
ฉบับนี้อำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง
(1)
การวางข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดิน
(2)
การพิจารณาคำขออนุญาตและการออกหรือโอนใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน
(3)
การตรวจสอบการจัดสรรที่ดินเพื่อให้การได้ดำเนินไปตามที่ได้ออกใบอนุญาต
(4)
การเรียกผู้จัดสรรที่ดินหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือสั่งให้บุคคลดังกล่าวส่งเอกสาร
ที่เกี่ยวข้องตามความจำเป็นทั้งนี้ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ 8 คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดเพื่อพิจารณาหรือ
ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายรวมทั้งการพิจารณาและปฏิบัติการ
ตามข้อ 7 (3) และ(4)
คณะอนุกรรมการและบุคคลซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งมีอำนาจเช่นเดียวกับคณะกรรมการในกิจ
การที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการการประชุมคณะอนุกรรมการให้นำความตามข้อ
6 มา ใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 9 ในการวางข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินให้คณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดทำ
แผนผังโครงการและวิธีการในการจัดสรรที่ดินเพื่อประโยชน์ในการอนามัยการคมนาคมความปลอด
ภัยและการผังเมืองรวมทั้งเงื่อนไขในสิ่งต่อไปนี้ทุกประการหรือบางประการคือ
(1)
ขนาดความกว้างและความยาวต่ำสุดหรือเนื้อที่จำนวนน้อยที่สุดของที่ดินแปลงย่อยที่จะจัดสรรได้
(2)
ระบบและมาตรฐานของถนนประเภทต่างๆทางเดินทางเท้าในที่ดินจัดสรรทั้งหมดรวมทั้งการต่อ
เชื่อมกับถนนหรือทางสายนอกที่ดินจัดสรร
(3)
ระบบการระบายน้ำ
(4)
ระบบและมาตรฐานของสิ่งอันเป็นสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะตามที่จำเป็น
ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 10 ห้ามมิให้ผู้ใดทำการจัดสรรที่ดินเว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการการขอและการ
ออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงและให้เสียค่า
ธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ข้อ11 ผู้ขอทำการจัดสรรที่ดินต้องแสดงหลักฐานและรายละเอียดดังต่อไปนี้ด้วยคือ
(1)
ถ้าผู้ขอมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ขอจัดสรรให้แสดงโฉนดที่ดินนั้นถ้ายังไม่มีกรรมสิทธิ์ให้แสดง
หลักฐานการจะได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น
(2
) แผนผังแสดงจำนวนแปลงย่อยที่ขอจัดสรรและเนื้อที่โดยประมาณของแต่ละแปลง
(2)
โครงการปรับปรุงที่ดินที่ขอจัดสรรการจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะต่างๆ
(3)
รวมทั้งการปรับปรุงอื่นๆตามควรแก่สภาพของท้องถิ่นโดยแสดงแผนผังรายละเอียดและ
รายการก่อสร้างประมาณการค่าก่อสร้างและกำหนดเวลาที่จะจัดทำให้แล้วเสร็จด้วย
(4)
วิธีการจำหน่ายที่ดินและการชำระค่าตอบแทน
(5)
ภาระผูกพันต่างๆที่บุคคลอื่นมีส่วนได้เสียกับที่ดินที่ขอจัดสรรนั้น
(6)
ที่ตั้งสำนักงานของผู้ขอ
(7)
หลักฐานและรายละเอียดอื่นๆที่คณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควรตามความจำเป็นใน
กรณีที่ผู้ขอจัดสรรที่ดินเป็นนิติบุคคลให้แสดงหลักฐานการเป็นนิติบุคคลด้วย
ข้อ12 ในกรณีที่ผู้ขอทำการ จัดสรรที่ดินยังไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ขอจัดสรรหรือมีกรรมสิทธิ์แต่มีภาระผูกพันอยู่เมื่อคณะกรรมการ
เห็นสมควรจะอนุญาตตามคำขอคณะกรรมการต้องให้ผู้ขอจัดการให้ที่ดินที่ขอจัดสรรนั้นมีชื่อผู้ขอเป็นผู้
ถือกรรมสิทธิ์โดยปราศจากภาระผูกพันใดๆก่อนออกใบอนุญาต
ถ้าผู้ขอทำการจัดสรรที่ดินไม่จัดการตามวรรคหนึ่งภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนดซึ่งต้องไม่
น้อยกว่า2เดือนคณะกรรมการอาจสั่งยกเลิกคำขอนั้นเสียได้
ข้อ 13 เมื่อคณะกรรมการเห็นสมควรจะอนุญาตให้ผู้ใดทำการจัดสรรที่ดินได้ตามคำขอก่อนออกใบ
อนุญาตให้ผู้ขอทำการจัดสรรที่ดินจัดหาธนาคารหรือสถาบันการเงินใดที่คณะกรรมการเห็นชอบมาทำ
สัญญาค้ำประกันกับคณะกรรมการว่าถ้าผู้ขอทำการจัดสรรที่ดินไม่จัดให้มีสาธารณูปโภคหรือบริการ
สาธารณะหรือปรับปรุงที่ดินนั้นตามแผนผังโครงการและสาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะหรือปรับ
ปรุงที่ดินนั้นตามโครงการต้องรับผิดชดใช้เงินที่คณะกรรมการใช้จ่ายไปในการดำเนินการดังกล่าวทั้ง
สิ้นเว้นแต่ธนาคารหรือสถาบันการเงินผู้ค้ำประกันจะดำเนินการเองภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการ
กำหนด
ในกรณีที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินผู้ค้ำประกันผิดสัญญาค้ำประกันให้ประธานคณะกรรมการมี
อำนาจฟ้องหรือต่อสู้คดีดังกล่าวในนามคณะกรรมการ
ข้อ 14 ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินผู้ขอทำการจัดสรรที่ดินมีสิทธิ์
อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายใน30วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด
ข้อ 15 เมื่อได้ออกใบอนุญาตให้ผู้ใดทำการจัดสรรที่ดินแล้วให้คณะกรรมการรีบส่งใบอนุญาตพร้อม
แผนผังโครงการและวิธีการที่คณะกรรมการอนุญาตไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติ
กรรมตามประมวลกฎหมายที่ดินณท้องที่ที่ที่ดินจัดสรรนั้นตั้งอยู่เพื่อให้จดแจ้งในโฉนดที่ดินภายใน15
วันนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการว่าที่ดินนั้นอยู่ภายใต้การจัดสรรที่ดินและเมื่อได้ออก
โฉนดที่ดินแบ่งแยกเป็นแปลงย่อยแล้วให้จดแจ้งไว้ในโฉนดที่ดินแบ่งแยกด้วยทุกแปลง
ข้อ 16 ให้ผู้จัดสรรที่ดินแสดงใบอนุญาตและแสดงแผนผังโครงการและวิธีการซึ่งตรงตามคณะ
กรรมการอนุญาตไว้ในที่เปิเเผยเห็นได้ง่ายณสำนักงานที่ทำการจัดสรรที่ดินถ้าใบอนุญาตสูญหายหรือ
ชำรุดในเนื้อหาที่สำคัญให้ผู้จัดสรรที่ดินยื่นขอรับใบแทนตามแบบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดต่อ
คณะกรรมการภายใน15วันนับแต่วันที่ทราบการสูญหายหรือชำรุด
ข้อ 17 เมื่อได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการแล้วถ้าผู้จัดสรรที่ดินประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผน
ผังโครงการหรือวิธีการที่คณะกรรมการอนุญาตให้ยื่นคำขอตามแบบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
พร้อมทั้งแผนผังโครงการหรือวิธีการที่แก้ไขเปลี่ยนแปลงพร้อมกับหนังสือยินยอมของผู้ค้ำประกันที่จะ
ผูกพันค้ำประกันต่อตามที่กรรมการจะอนุญาตต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุญาต
ในกรณีที่คณะกรรมการอนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการหรือวิธีการที่ได้ยื่นไว้ให้คณะ
กรรมการส่งแผนผังโครงดารหรือวิธีการที่แก้ไขเปลี่ยนแปลงไปยังพนักงานจดทะเบียนสิทธิและนิติ
กรรมตามประมวลกฎหมายที่ดินณท้องที่ที่ที่ดินจัดสรรนั้นตั้งอยู่และให้นำความในข้อ15มาใช้บังคับ
โดยอนุโลม
ข้อ 18 เมื่อได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการแล้วห้ามมิให้ผู้จัดสรรที่ดินทำนิติกรรมกับบุคคลใดก่อให้
เกิดภาระแก่ที่ดินนั้นเว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการ
ข้อ 19 สัญญาระหว่างผู้จัดสรรที่ดินกับผู้ซื้อที่ดินจัดสรรเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินจัดสรรต้องทำเป็นหนังสือ
สัญญาซื้อขายและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวล
กฎหมายที่ดินเมื่อได้จดทะเบียนตามวรรคหนึ่งแล้วให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ตกลงกันตามสัญญาซื้อขาย
เฉพาะส่วนตามแผนผังหรือโฉนดที่ดินที่แบ่งแยกเป็นแปลงย่อยนั้นโอนไปยังผู้ซื้อที่ดินจัดสรรโดยให้ผู้จัด
สรรที่ดินมีบุริมสิทธิในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์สำหรับราคาที่ดินเท่าที่ยังค้างชำระอยู่และให้ถือว่าเป็น
บุริมสิทธิที่ได้จดทะเบียนไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว
ข้อ 20 เพื่อประโยชน์แห่งข้อ21ข้อ25และข้อ26ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตาม
ประมวลกฎหมายที่ดินจัดให้มีสมุดทะเบียนจัดสรรที่ดิน
ข้อ 21 ในกรณีที่ยังไม่ได้ออกโฉนดที่ดินที่แบ่งแยกเป็นแปลงย่อยให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิ
และนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดินจดทะเบียนการซื้อขายที่ดินตามข้อ19ไว้ในสมุดทะเบียนจัดสรรที่ดินเป็นหลักฐานแทนการจดบันทึกสาระสำคัญลงในโฉนดที่ดินตามมาตรา75แห่งประมวล
กฎหมายที่ดินและเมื่อได้ออกโฉนดที่ดินที่แบ่งแยกเป็นแปลงย่อยแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าว
จดแจ้งการจดทะเบียนซื้อขายลงในโฉนดที่ดินนั้นให้ตรงกับสมุดทะเบียนจัดสรรที่ดินด้วย
ข้อ 22 ในกรณีที่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรหรือผู้รับโอนกรรมสิทธิ์คนต่อไปทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินจัดสรรซึ่งยัง
ไม่ได้ออกโฉนดที่ดินที่แบ่งแยกเป็นแปลงย่อยกับบุคคลภายนอกซึ่งนิติกรรมนั้นกฎหมายบังคับว่าต้อง
ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้นำความในข้อ21มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 23 ในระหว่างที่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรยังชำระราคาที่ดินไม่ครบถ้วนตามสัญญาซื้อขายถ้าผู้ซื้อที่ดินจัด
สรรหรือผู้รับโอนกรรมสิทธิ์คนต่อไปทำนิติกรรมกับบุคคลอื่นก่อให้เกิดภาระแก่ที่ดินนั้นโดยผู้จัดสรรที่
ดินมิได้ยินยอมด้วยแล้วอาจเป็นที่เสื่อมเสียแก่บุริมสิทธิของผู้จัดสรรที่ดินในขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียก
ร้องได้ผู้จัดสรรที่ดินอาจร้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมนั้นเสียได้
ข้อ 24 สัญญาซื้อขายที่ดินจัดสรรที่ได้ตกลงแบ่งชำระราคาที่ดินเป็นคราวๆเมื่อผู้ซื้อที่ดินจัดสรรผิดนัด
ไม่ชำระราคาตั้งแต่2คราวติดต่อกันผู้จัดสรรที่ดินจะใช้สิทธิเรียกร้องเอาราคาที่ค้างชำระทั้งหมดก็ได้
ข้อ 25 ในกรณีที่มีการชำระราคาที่ดินบางส่วนไม่ว่าครั้งใดให้ผู้จัดสรรที่ดินทำบัญชีตามแบบที่
กระทรวงมหาดไทยกำหนดส่งไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวล
กฎหมายที่ดินภายในวันที่12ของเดือนถัดไปถ้ามีความจำเป็นไม่อาจส่งบัญชีทันตามกำหนดในเดือน
ใดพนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวจะขยายเวลาให้ตามที่เห็นสมควรก็ได้เมื่อได้รับบัญชีแล้วให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่รีบจดแจ้งการชำระราคาที่ดินนั้นไว้ในสมุดทะเบียนจัดสรรที่ดินในกรณีที่ผู้จัดสรรที่ดิน
เพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่งเมื่อมีคำขอของผู้ซื้อที่ดินจัดสรรหรือผู้รับโอนกรรมสิทธิ์คนต่อไปและ
พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดินได้พิจารณาหลักฐานเป็น
ที่พอใจแล้วให้จดแจ้งการชำระราคาที่ดินตามคำขอของผู้นั้นไว้ในสมุดทะเบียนจัดสรรที่ดิน
ข้อ 26 เมื่อผู้ซื้อที่ดินจัดสรรหรือผู้รับโอนกรรมสิทธิ์คนต่อไปได้ชำระราคาที่ดินครบถ้วนแล้วให้ผู้จัดสรร
ที่ดินทำหลักฐานเป็นหนังสือให้แก่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรหรือผู้รับโอนกรรมสิทธิ์คนต่อไปเป็นหลักฐานเป็นที่
พอใจแล้วให้จดบันทึกข้อความว่าที่ดินนั้นได้ชำระราคาที่ดินครบถ้วนแล้วไว้ในสมุดทะเบียนจัดสรรที่
ดินและถ้าได้ออกโฉนดที่ดินแบ่งแยกเป็นแปลงย่อยแล้วก็ให้จดบันทึกลงในโฉนดที่ดินฉบับที่แบ่งแยก
ด้วย
ข้อ 27 ถ้าผู้จัดสรรที่ดินประสงค์จะโอนใบอนุญาตให้ยื่นคำขอตามแบบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
ต่อคณะกรรมการเมื่อคณะกรรมการเห็นว่าผู้รับโอนมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินจัดสรรแล้วหรือจะได้มาซึ่ง
กรรมสิทธิ์ในที่ดินจัดสรรและการโอนนั้นไม่เป็นที่เสียหายแก่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรและธนาคารหรือสถาบัน
การเงินแล้วแต่กรณีซึ่งเป็นคู่สัญญากับคณะกรรมการได้ยินยอมด้วยแล้วให้คณะกรรมการอนุญาตให้
โอนใบอนุญาตให้แก่ผู้รับโอนและผู้รับโอนต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอนตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ข้อ 28 ภายใต้บังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เมื่อได้รับโอนใบอนุญาตให้แก่ผู้รับโอน
แล้วให้บรรดาสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งมีต่อผู้ซื้อที่ดินจัดสรรตกไปยังผู้รับโอน
ข้อ 29 ในกรณีที่ผู้จัดสรรที่ดินตายให้ผู้จัดการมรดกหรือทายาทยื่นคำขอตามแบบที่กระทรวงมหาดไทย
กำหนดต่อคณะกรรมการเพื่อรับโอนใบอนุญาตภายใน60วันนับแต่วันผู้จัดสรรที่ดินตายหรือภายใน
กำหนดเวลาที่คณะกรรมการเห็นสมควรขยายให้เมื่อคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่าผู้ยื่นคำขอมีสิทธิ
ในที่ดินจัดสรรให้คณะกรรมการโอนใบอนุญาตให้แก่ผู้ยื่นคำขอรับโอนและให้คณะกรรมการประกาศ
ให้ธนาคารหรือสถาบันการเงินแล้วแต่กรณีและผู้ซื้อที่ดินจัดสรรทราบถ้าปรากฎในภายหลังว่าผู้จัด
การมรดกหรือทายาทนั้นไม่มีสิทธิในที่ดินจัดสรรให้คณะกรรมการเพิกถอนการโอนใบอนุญาตนั้นเสีย
ในกรณีที่ผู้จัดสรรที่ดินตายและไม่ว่าจะมีผู้จัดการมรดกหรือทายาทผู้รับโอนใบอนุญาตต่อไปหรือไม่ก็
ตามให้ถือว่าธนาคารหรือสถาบันการเงินแล้วแต่กรณีผู้เป็นคู่สัญญากับคณะกรรมการมาแต่เดิมยังคง
ผูกพันอยู่ตามสัญญานั้น
ถ้าผู้จัดสรรที่ดินตายไม่มีผู้จัดการมรดกหรือทายาทหรือมีแต่ผู้จัดการมรดกหรือทายาทมิได้ยื่นคำขอ
ต่อคณะกรรมการภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งและผู้จัดสรรที่ดินยังมิได้ดำเนินการตามแผนผัง
และโครงการที่ได้รับอนุญาตไว้เลยหรือดำเนินการยังไม่ครบให้ถือว่าผู้จัดสรรที่ดินไม่ปฏิบัติตามแผน
ผังและโครงการที่ได้รับอนุญาตไว้ในกรณีที่ว่านี้ให้นำความในข้อ13มาใช้บังคับโดยอนุโลมและเมื่อ
ได้ปฏิบัติตามแผนผังและโครงการทั้งได้ออกโฉนดที่ดินแบ่งแยกเป็นแปลงย่อยแล้วคณะกรรมการจะ
ประกาศยกเลิกการจัดสรรที่ดินนั้นก็ได้
ข้อ 30 สาธารณูปโภคซึ่งผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินตามแผนผังและโครงการที่ได้
รับอนุญาตเช่นถนนสวนสาธารณะสนามเด็กเล่นให้ถือว่าตกอยู่ในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดิน
จัดสรรและให้เป็นหน้าที่ของผู้จัดสรรที่ดินหรือผู้รับโอนกรรมสิทธิ์คนต่อไปที่จะบำรุงรักษากิจการดัง
กล่าวให้คงสภาพดังที่ได้จัดทำขึ้นโดยตลอดไปและจะกระทำการใดๆอันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระ
จำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวกมิได้หน้าที่ในการบำรุงรักษาตามวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับในกรณีที่ผู้
จัดสรรที่ดินหรือผู้รับโอนกรรมสิทธิ์คนต่อไปได้อุทิศทรัพย์สินดังกล่าวให้เป็นสาธารณะประโยชน์หรือได้
โอนให้แก่เทศบาลสุขาภิบาลหรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งท้องที่ที่ที่ดินจัดสรรอยู่ในเขต
ข้อ 31 ถ้าผู้จัดสรรที่ดินประสงค์จะขอยกเลิกการจัดสรรที่ดินที่ยังมิได้จำหน่ายทั้งหมดหรือบางส่วนให้
ยื่นคำขอตามแบบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดต่อคณะกรรมการในการพิจารณาคำขอตามวรรคหนึ่ง
ถ้าปรากฎว่าการยกเลิกนั้นจะไม่เป็นการเสียหายแก่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรให้คณะกรรมการสั่งยกเลิกการจัด
สรรที่ดินทั้งหมดหรือบางส่วนแล้วแต่กรณี
เมื่อคณะกรรมการสั่งยกเลิกการจัดสรรที่ดินแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
ตามประมวลกฎหมายที่ดินบันทึกการยกเลิกนั้นลงในโฉนดที่ดินแปลงหรือส่วนที่ยกเลิกทั้งฉบับสำนัก
งานที่ดินและฉบับเจ้าของที่ดินให้ตรงกัน
ข้อ 32 ผู้ใดทำการจัดสรรที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประกาศคณะปฏิวัติฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
และได้จำหน่ายที่ดินจัดสรรบางส่วนหรือได้จัดให้มีสาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะหรือได้ปรับ
ปรุงที่ดินจัดสรรให้เป็นที่อยู่อาศัยที่ประกอบการพาณิชย์หรือที่ประกอบการอุตสาหกรรมไปแล้วบาง
ส่วนเมื่อผู้นั้นได้ยื่นรายการและแสดงหลักฐานตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงต่อคณะ
กรรมการภายใน60วันนับแต่วันที่ประกาศคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับก็ให้ทำ
การจัดสรรที่ดินนั้นต่อไปได้โดยไม่ตกอยู่ภายใต้บังคับแห่งประกาศคณะปฏิวัติฉบับนี้เว้นแต่กิจการอัน
เป็นสาธารณูปโภคซึ่งผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินให้อยู่ภายใต้บังคับแห่งข้อ30
ด้วย
ข้อ 33 ในการตรวจสอบการจัดสรรที่ดินของคณะกรรมการตามข้อ7(3)ผู้จัดสรรที่ดินและผู้ครอบครองที่ดินจัดสรรต้องให้ความสะดวกตามสมควร
ข้อ 34 ผู้จัดสรรที่ดินหรือผู้ครอบครองที่ดินจัดสรรผู้ใดไม่ให้ความสะดวกแก่กรรมการหรืออนุกรรมการ
หรือบุคคลที่กรรมการแต่งตั้งในการปฏิบัติงานตามข้อ7(3)หรือผู้จัดสรรที่ดินหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องผู้
ใดไม่มาให้ถ้อยคำหรือไม่ส่งเอกสารตามที่คณะกรรมการเรียกหรือส่งตามข้อ7(4)ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน
1,000บาท
ข้อ 35 ผู้ใดฝ่าฝืนข้อ10วรรคหนึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน1ปีและปรับไม่เกิน10,000บาท
ข้อ 36 ผู้ใดแจ้งข้อความหรือแสดงหลักฐานหรือรายละเอียดตามข้อ11(5)หรือ(7)อันเป็นเท็จต้อง
ระวางโทษจำคุกไม่เกิน6เดือนหรือปรับไม่เกิน5,000บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อ 37 ผู้จัดสรรที่ดินผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อ16ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน1,000บาทข้อ38ผู้จัดสรรที่
ดินผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อ25วรรคหนึ่งต้องระวางโทษปรับไม่เกิน5,000บาท
ข้อ 39 ผู้จัดสรรที่ดินผู้ใดโฆษณาแผนผังโครงการหรือวิธีการจัดสรรที่ดินให้ผิดไปจากที่ได้รับอนุญาต
จากคณะกรรมการต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน6เดือนหรือปรับไม่เกิน5,000บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อ 40 ผู้ใดโฆษณาแผนผังโครงการหรือวิธีการจัดสรรที่ดินในที่ดินซึ่งคณะกรรมการจัดสรรที่ดินยังไม่
ได้ออกใบอนุญาตให้จัดสรรต้องระวางโทษไม่เกิน6เดือนหรือปรับไม่เกิน5,000บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อ 41 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ละให้มี
อำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราค่าธรรมเนียมท้ายประกาศของคณะปฏิวัติ
ฉบับนี้กับกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
กฎกระทรวงนั้นเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ข้อ42ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด60วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปประกาศณ
วันที่24พฤศจิกายนพ.ศ.2515
จอมพลถ.กิตติขจร
(หัวหน้าคณะปฏิวัติ)
(คัดมาจากราชกิจจานุเบกษาฉบับพิเศษเล่ม89ตอนที่182วันที่29พฤศจิกายนพ.ศ.2515)
|