กฎหมายเกี่ยวกับสัญญา

ร่างพระราชบัญญัติ “การจัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา (Escrow Account)”

ร่างพระราชบัญญัติ “การจัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา หรือ (Escrow Account)”
แหล่งที่มา :

ร่างพระราชบัญญัติการจัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาพ.ศ.................
..................................................................................................................................

โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาพระราชบัญญัตินี้ มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา 29ประกอบกับมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า“พระราชบัญญัติการจัดการดูแลผลประโยชน์
ของคู่สัญญาพ.ศ.......

มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป

มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ “คู่สัญญา” หมายความว่า ผู้ซื้อและผู้ขายตามสัญญา ดังต่อไปนี้

          (1) สัญญาจะซื้อจะขายทรัพย์สิน
          (2) สัญญาซื้อขายทรัพย์สิน
          (3) สัญญาว่าจ้างปลูกสร้างทรัพย์สิน
          (4) สัญญาอื่นใดตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

“ทรัพย์สิน” หมายความว่า

          (1) ที่ดิน สิ่งปลูกสร้างหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และให้หมายความรวมถึงส่วนควบของสิ่งปลูกสร้างนั้นด้วย
          (2) ทรัพย์สินอื่นใดตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

“ผู้ซื้อ” หมายความว่า บุคคลซึ่งเข้าทำสัญญาในฐานะผู้จะซื้อ ผู้ซื้อหรือผู้ว่าจ้าง

“ผู้ขาย” หมายความว่า บุคคลซึ่งจดทะเบียนประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์หรือรับจ้างปลูกสร้างทรัพย์สิน และทำสัญญาในฐานะผู้จะขาย ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง

“การจัดการดูแลผลประโยชน์ ของคู่สัญญา” หมายความว่า การเป็นตัวแทนของคู่สัญญาเพื่อจัดการดูแลผลประโยชน์ ให้เป็นไปตามข้อตกลงที่คู่สัญญากำหนดไว้ โดยได้รับค่าธรรมเนียมเป็นการตอบแทน

“ผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา” หมายความว่า นิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตให้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา

“สถาบันการเงิน” หมายความว่า

          (1) ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์
          (2) บริษัทเงินทุนตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
          (3) สถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

“บริษัท” หมายความว่า บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และมีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

หมวด 1
การจดทะเบียนเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา

...........................................................................

มาตรา 5 การจดทะเบียนบริษัทจำกัด เป็นผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทย

หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นคำขอจดทะเบียน การพิจารณารับจดทะเบียน และค่าจดทะเบียนให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ในการดำเเนินการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา บริษัทจำกัดที่ได้รับจดทะเบียนเป็นผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด

หมวด 2
ผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา

...........................................................................

มาตรา 6 ผู้ซื้อและผู้ขายอาจตกลงกันจัดให้มีผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาก็ได้หากคู่สัญญาใดตกลงกันจัดให้มีผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญานั้นตามวรรคหนึ่งแล้วให้จัด ทำสัญญาแต่งตั้งผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา

มาตรา 7 สัญญาแต่งตั้งผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาอย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้

          (1) ซื้อและที่อยู่ของคู่สัญญา
          (2) หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขแห่งสัญญาเพื่อให้ผู้จัดการดูแลผลประโยชน์
          (3) ประเภทสิทธิหรือกรรมสิทธิในทรัพย์สินที่คู่สัญญาตกลงให้ผู้จัดการดูแลผลประโยชน์
          (4) หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการเปิดบัญชี การฝากหรือการเบิกถอนเงิน และการปิดบัญชีของคู่สัญญา
          (5) สิทธิ หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ซื้อ ผู้ขายและผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา
          (6) ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการจัดการดูแลผลประโยชน์ของผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้จัดการดูแลผลประโยชน์
          (7) วันเริ่มและสิ้นสุดการจัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา
          (8) รายการอื่นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด

หมวด 3
หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการจัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา

...........................................................................

มาตรา 8 เมื่อได้จัดทำสัญญาแต่งตั้งผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาแล้ว ให้ผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญา และเมื่อพบความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์หรือมีภาระผูกพันอื่นใดซึ่งอาจ มีผลกระทบต่อสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาของคู่สัญญาฝ่ายใดให้แจ้งต่อคู่สัญญาฝ่ายที่ได้รับผลกระทบนั้นทราบโดยพลัน

มาตรา 9 เมื่อผู้ซื้อได้ชำระเงินเพื่อเป็นมูลค่าทรัพย์สินในคราวแรกตามสัญญา ให้ผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาเปิดบัญชีกับสถาบันการเงินเป็นบัญชี เพื่อจัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาและนำเงินฝากไว้ในบัญชีดังกล่าวอย่างช้าภายในวันทำการถัดไป

ให้ผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญานำเงินที่ได้รับจากผู้ซื้อเพื่อชำระมูลค่าทรัพย์สินในคราวต่อไปฝากไว้ในบัญชีของ คู่สัญญาตามวรรคหนึ่ง

ให้ผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาออกหลักฐานแสดงการรับชำระเงินค่าทรัพย์สินให้แก่ผู้ซื้อทุกคราวด้วย

มาตรา 10 เว้นแต่สัญญาการแต่งตั้งผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา ...................ไว้เป็นอย่างอื่นให้ผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา ทำการเบิกจ่ายเงินออกจากบัญชี เพื่อจัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา เพื่อชำระเป็นมูลค่าทรัพย์สินให้แก่ผู้ขายได้เมื่อมีการโอนสิทธิในทรัพย์สินนั้น

มาตรา 11 เมื่อคู่สัญญาได้ปฏิบัติตามข้อตกลงแห่งสัญญาแต่งตั้งผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้ผู้จัดการผลประโยชน์ของคู่สัญญา โอนเงินและดอกเบี้ยทั้งสิ้นในบัญชีเพื่อจัดการผลประโยชน์ของคู่สัญญาให้แก่ผู้ขายและ ต้องจัดให้มีการโอนสิทธิ์ในทรัพย์สินให้แก่ผู้ชื้อด้วย เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้วให้ผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาปิดบัญชีเพื่อจัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา

มาตรา 12 หากคู่สัญญาฝ่ายใดไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงแต่งตั้งผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ในสาระสำคัญจนเป็นเหตุให้ไม่อาจโอนสิทธิในทรัพย์สินได้ ให้ผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาโอนเงินและดอกเบี้ยในบัญชีเพื่อจัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาให้แก่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งและให้ดำเนินการตามมาตรา 11 วรรคสองต่อไป

มาตรา 13 ให้ผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาแยกบัญชี และเอกสารเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินอื่นของตนออกจากบัญชีและเอกสารเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินอื่นของคู่สัญญาเพื่อประโยชน์ในการรักษาผลประโยชน์ของคู่สัญญาโดยเด็ดขาด บรรดาเงินที่อยู่ในบัญชีเพื่อจัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาหรือทรัพย์สินอื่นใดของคู่สัญญา ที่อยู่ในความครอบครองของผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญามิใช่ทรัพย์สินของผู้จัดการดูแลผล ประโยชน์ของคู่สัญญาที่เจ้าหนี้ของผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญานั้นจะยึดหรืออายัดเพื่อ บังคับชำระหนี้ทั้งในคดีแพ่งและคดีล้มละลายได้

มาตรา 14 ให้ผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาจัดทำบัญชีแสดงสินทรัพย์และหนี้สินให้ ครบถ้วนถูกต้องเป็นปัจจุบันตามความเป็นจริงมาตรฐานการบัญชีและตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

มาตรา 15 ห้ามมิให้บุคคลใดนอกจากผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาจัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา

หมวด 4
การกำกับดูแลและการตรวจสอบ

.............................................................................

มาตรา 16 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจกำกับดูแลและตรวจสอบการจัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา เพื่อประโยชน์ในการนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจ ดังต่อไปนี้

          (1) ออกกำหนดประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการดำเนินกิจการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญญา การจัดการบัญชีเพื่อจัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา การกำหนดค่าธรรมเนียม และ การดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวกับการจัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา
          (2) กำหนดให้ผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา ยื่นรายงานเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาเป็นการทั่วไปหรือเป็นการเฉพาะโดยมีรายการและตามระยะเวลาที่กำหนด
          (3 ) สั่งให้ผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาทำคำชี้แจงเพื่ออธิบายหรือขยายความรายงานที่ได้จัดทำขึ้นตาม (2) เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่าเมื่อผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาใดดำเนินการในลักษณะที่อาจเป็นเหตุให้เสียหายแก่ผู้ชื้อหรือผู้ขาย ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจสั่งให้ผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาแก้ไขหรือระงับการกระทำนั้นหรือสั่งถอดถอนผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา

มาตรา 17 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนของผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาได้ เมื่อปรากฏหลักฐานว่ามีเหตุผลหนึ่งเหตุผลใดดังต่อไปนี้

          (1) ดำเนินงานส่อไปทางทุจริตหรืออาจทำให้คู่สัญญาหรือประชาชนเสียหาย
          (2) ละเว้นการดำเนินการตามที่กฏหมายบัญญัติ
          (3) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฏเกณฑ์ วิธีการหรือเงื่อนไขตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดตามพระราชบัญญัตินี้

หมวด 5
บทกำหนดโทษ

...........................................................................

มาตรา 18 กรรมการ ผู้จัดการ พนักงาน หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญากระทำการหรือไม่กระทำการ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฏหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่นอันเป็นการเสียหายแก่คู่สัญญาหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท

มาตรา 19 ผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 13 วรรคหนึ่ง หรือมาตรา14 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท

มาตรา 20 ผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาใดลงรายการเท็จลงในบัญชี แก้ไขบัญชี หรือเอกสารประกอบการลงบัญชีเพื่อให้ผิดความจริง ละเว้นการลงรายการลงในบัญชี หรือไม่จัดทำบัญชีแสดงสินทรัพย์และหนี้สินตามมาตรา 14 หรือผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ใดไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการหรือเงื่อนไขตามสัญญาแต่งตั้งผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด หรือไม่ยื่นรายงาน ไม่ส่งเอกสาร ไปทำคำชี้แจงตามคำสั่งของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแสดงข้อความเท็จตามมาตราที่ 16 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท

มาตรา 21 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 15 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำและปรับ

มาตรา 22 ในกรณีที่ผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาใดกระทำความผิดตามมาตรา 19 หรือ มาตรา 20 กรรมการผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญานั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนในการกระทำความผิดของผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา

บทเฉพาะกาล
...........................................................................

มาตรา 23 บุคคลใดประกอบการจัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาหรือกิจการอื่นใดในลักษณะ ทำนองเดียวกันอยู่ก่อนที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยื่นคำขอใบรับอนุญาตตามมาตรา 5 ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ

 

 

1. พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540
2. ประกาศให้ธุรกิจกู้ยืมเงินเพื่อผู้บริโภคของสถาบันการเงินเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ.2544
3. ประกาศกำหนดให้ "ธุรกิจขายห้องชุด" เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ.2543
4. ร่างพระราชบัญญัติ "การจัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา (Escrow Account)"